themonster
themonster

Sep
18

เคยได้ยินไหมที่ผู้ใหญ่มักจะบอกว่า

ถ้าจะรักใคร คิดจะแต่งงานกับใคร

ถ้าเป็นผู้ชายให้นึกถึงตอนที่ผู้หญิงคนนั้นหน้ามันอยู่ในครัว นั่งเลี้ยงลูก ไม่ได้แต่งหน้า ไม่น่ามอง

ถ้าเป็นผู้หญิงให้นึกถึงตอนที่ผู้ชายคนนั้นหัวล้าน อ้วนพุงพลุ้ย นุ่ง กางเกงขาสั้นอยู่กับบ้านไม่หล่อไม่เท่อีกต่อไป

เรารับได้ไหม

เรายังจะรักเขาอยู่ไหม

…เพราะเมื่อถึงตอนนั้นความสวยงาม ภายนอกจะค่อยๆ หมดไป

ความรู้สึกเป็นพิเศษกับคนๆ นี้จะถูกความเคยชินเข้ามาแทนที่

แต่เราจะยังรักเขาอยู่ได้ก็ด้วยความดีในตัวเขา ความเข้าใจ ความเอื้ออาทรต่อกัน…

มีคนเคยกล่าวไว้อีกว่าถ้าจะรักใครสักคนให้พยายามใช้สมองในอัตราที่ใกล้ๆกับการใช้หัวใจ

อย่ารักจนหลง อย่าให้ความรักทำให้เราตาบอด

ให้มองด้วยสายตาคนภายนอกซึ่งเป็นคนที่ปรารถนาดีต่อเราว่าเขามีความเห็นอย่างไร

การปรึกษาผู้ที่อาบน้ำร้อนมาก่อนยังคงได้ผลดีอยู่เสมอ…

อย่าหลงคนที่ตอนจีบตอนเพิ่งคบกันเขามาคอยเอาใจ

เพราะไม่มีใครทำอะไรโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน…

ถ้าเราไม่รัก ไม่สนใจเขา ไม่เคยดีกับเขาเลย วันนี้เขาอาจยังอยู่กับเราและดีกับเรา

แต่ถ้าวันหนึ่งเขาเจอคนที่ดีกับเขามากๆ อย่างที่เขาดีกับ เราในวันนี้ เขาจะยังทนเราอยู่ไหม…

อย่าหลงคนที่วันนี้เขาอดทนกับเราเหลือเกิน เพราะความอดทนทุกคนมีขีดจำกัด…

อย่าหลงคนที่ดีผิดปกติและทำกับเราอย่างคนพิเศษจนน่าใจหาย

เพราะไม่มีใครทำอย่างนี้ในเราได้ตลอดเวลาไปตลอดชีวิต…แต่

ให้เห็นค่าของคนที่ทำให้เรารู้สึกได้ว่าเขาพยายามและอยากจะทำอะไรให้เรา

อย่างน้อยก็เกือบๆ เท่ากับที่เขาอยากทำให้ตัวเขา เอง…เพราะคนที่ให้เราได้ขนาดนี้หรือมากกว่านี้ก็คงมีแต่พ่อกับแม่เท่านั้น

ถ้าได้เจอคนแบบนี้ อย่าปล่อยให้ผ่านไป และรู้ไว้ด้วยว่าเราคือคนที่โชคดีที่สุดแล้ว…

ในบางครั้งเมื่อเรารอความรักเรากลับหามันไม่พบ

แต่เมื่อเราไม่ต้องการมันกลับประดังเข้ามาจนตั้งตัวไม่ติด

ดังคำที่ว่า

Love is something, That can’t be predicted,

It comes as a surprise, when you least expect it.

ไม่มีใครรู้หรอกว่าความรักที่แท้จริงจะมาถึงเมื่อไหร่

เราจะได้เจอคนๆนั้นเมื่อไหร่ หรือคนๆ นี้ที่เจอจะใช่คนที่เรารอ ไหม

บางคนอาจได้เจอคนๆนั้นตั้งแต่ยังเด็กเป็นเพื่อนเล่นกันมา

ในขณะที่บางคนกลับใช้เวลารอคอยครึ่งค่อนชีวิตกว่าจะได้เจอ

บางคนคิดว่าใช่แน่นอนแล้ว แต่สุดท้ายกลับต้องแยกจากกัน

บางคนรู้จักกันมานานไม่ได้คิดอะไรกลับได้ลงเอยกันในที่สุด…

ความรักไม่ใช่เรื่องของการชั่งน้ำหนักว่าใครดีกว่าใคร แต่เป็นเรื่องของใครเหมาะสำหรับเรามากกว่า

ความรักขึ้นอยู่กับ โอกาส เวลา สถานการณ์

ถ้าคนที่เหมาะสมก้าวเข้ามาในชีวิตเราในเวลาที่เหมาะสม

เราพร้อม

เขาพร้อม

นั่นก็เป็นโชคของเรา เป็นสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในชีวิต…

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร คนๆนั้นจะต้องยอมเสียสละ ยอมปรับตัวให้เข้ากับเรา ทำเพื่อเรา

ในขณะ เดียวกัน

เราจะต้องเห็นค่าของเขามากพอที่เราจะเสียสละและปรับตัวเพื่อเขาเช่นกัน…

คู่ของใครก็สำหรับคนนั้น… ถ้าคนๆนี้ของเราเขาทำเพื่อเราทุกอย่าง

ถึงเราจะไม่สวย ไม่หล่อ ไม่โดดเด่นกว่าใครๆ

เขาก็ยังคงมองเราเพียงคนเดียว

ปฏิบัติต่อเราอย่างเสมอต้นเสมอปลาย

และทำให้เรารู้สึกว่าเรามีค่าสำหรับเขาซะเหลือเกิน….

ถึงตอนนั้นคนรอบข้างเราจะดี จะน่ารัก จะเป็นยังไงไม่สำคัญแล้ว

ไม่ต้องพิจารณาแล้ว… เพราะถ้าเราได้เจอคนที่เหมาะสม ที่เข้ากับเราได้

คนที่เราแน่ใจว่าเขามีค่าสำหรับเราจริงๆ

เราก็ไม่จำเป็นต้องมองใครอีกแล้วในโลกนี้…

ถ้าหากไม่เจอคนๆนั้น หรือไม่เจอคนที่เห็นค่าของเรา

ก็ไม่มีอะไรต้องเสียใจ เพราะเรามีค่าและเราควรจะ รู้ว่าค่าของตัวเองมีมากเพียงใด…

“เพชร” ไม่ว่าจะมีคนพบหรือไม่ก็ยังเป็นเพชร ธาตุแท้ของเพชรไม่เคยเปลี่ยน

” เรา” ไม่ว่าจะ ได้เจอคนๆ นั้นหรือไม่ เราควรจะรู้ค่าของตนเอง เห็นค่าของตนเอง และรู้ด้วยว่าคุณค่าของเราไม่เคยเปลี่ยนไปเช่นกัน… เหมือนเหรียญในมือ

ไม่ว่าเราจะอยากดูหรือไม่ ผู้ใหญ่จะแบมือให้ดูหรือไม่

เหรียญก็ยังคงเป็นเหรียญๆ เดิมและค่าของมันก็ ไม่เคยเปลี่ยนไปจากเดิมเลย รู้สึกเป็นพิเศษอีก…

อันนี้ก็มาจาก Forward mailอีกเช่นกัน

Sep
06

 

Can You Feel The Love Tonight
Music: Elton John
Lyrics: Tim Rice
There’s a calm surrender to the rush of day
When the heat of the rolling world can be turned away
An enchanted moment, and it sees me through
It’s enough for this restless warrior just to be with you
And can you feel the love tonight
It is where we are
It’s enough for this wide-eyed wanderer
That we got this far
And can you feel the love tonight
How it’s laid to rest
It’s enough to make kings and vagabonds
Believe the very best
There’s a time for everyone if they only learn
That the twisting kaleidoscope moves us all in turn
There’s a rhyme and reason to the wild outdoors
When the heart of this star-crossed voyager beats in time with yours
 
 
สาเหตุคือ อยากจะฟังขึ้นมาเฉยๆ   –’
 
แถบฉบับในหนัง
 

 

 

Music by Elton John, lyrics by Tim Rice
Performed by Max Casella, Tom Allan Robbins, Jason Raize, and Heather Headley

Timon: Pumbaa:
I can see what’s happening What?
And they don’t have a clue Who?
They’ll fall in love and here’s the bottom line
Our trio’s down to two. Oh.

The sweet caress of twilight
There’s magic everywhere
And with all this romantic atmosphere
Disaster’s in the air

Chorus:
Can you feel the love tonight
The peace the evening brings
The world for once in perfect harmony
With all its living things

Simba:
So many things to tell her
But how to make her see
The truth about my past, impossible
She’d turn away from me

Nala:
He’s holding back, he’s hiding
But what, I can’t decide
Why won’t he be the king I know he is?
The king I see inside?

Chorus:
Can you feel the love tonight?
The peace the evening brings
The world, for once, in perfect harmony
With all its living things

Simba & Nala:
Can you feel the love tonight?
You needn’t look too far
Stealing through the night’s uncertainties
Love is where they are

Nala:
And if he feels the love tonight
In the way I do

Simba:
It’s enough for this restless wanderer

Simba & Nala:
Just to be with you 
 

Aug
25

จากที่ใช้เวลาดูใจกันเพียงไม่นาน

ในที่สุดเธอก็ตกลงแต่งงานกับเขา

ชายผู้เป็นรักแรกของเธอ

ในวันแต่งงาน ว่าที่สามีของเธอได้ซื้อตุ๊กตาคู่บ่าวสาว

มามอบให้เป็นของขวัญ

ด้วยความที่เธอเพิ่งได้รู้จักความรักมาเพียงน้อยนิด

เธอจึงเข้าใจเพียงว่าสามีของเธอช่างเป็นคนโรแมนติกเสียจริง

แต่เนื่องด้วยความที่เธอยังไม่เข้าใจคำว่ารัก

และไม่ได้ใช้เวลานานพอ จึงทำให้ทั้งคู่ทะเลาะกันบ่อยมาก

เพราะเธอเป็นคนที่เอาแต่ใจ สามีของเธอถึงจะเป็นคนที่มีเหตุผล

มีความคิดที่เป็นผู้ใหญ่กว่า แต่ก็เป็นคนอารมณ์ร้อน

ทั้งคู่จึงทะเลาะกันรุนแรงมาก แต่เขาก็จะเป็นคนไกล่เกลี่ย

ให้เรื่องร้ายบรรเทาลงได้ทุกครั้งไป

จนครั้งนี้ ด้วยความโมโห เธอได้ปัดตุ๊กตาคู่รัก

ลงจากโต๊ะที่เคยมีทั้งสองยืนเคียงกัน

บัดนี้ตุ๊กตาทั้งสองกระจัดกระจายไปคนละทาง

เธอหยิบตุ๊กตาเจ้าสาวมาขวางใส่เขาประกาศจะขอหย่ากับสามี

เขากอดตุ๊กตาเอาไว้แน่น แล้วเดินออกจาเรือนหอแห่งรักไปทั้งน้ำตา

หลังจากพายุสงบลง หญิงสาวก็นั่งนิ่งแล้วร้องไห้

เธอเหลือบไปเห็นตุ๊กตาเจ้าบ่าวที่เหมือนจะนอนร้องไห้อยู่ที่พื้น

เธอหยิบมันขึ้นมากอดอย่างเจ็บปวดที่สุด

ปากเธอพร่ำบอกรักเจ้าบ่าวของเธอร้อยพันครั้ง

แต่ก็ไม่มีเสียงตอบใดๆจากเจ้าตุ๊กตาตัวน้อย

เธอลุกขึ้น กอดตุ๊กตาเดินออกไปนอกบ้าน

ตั้งใจจะออกไปตามหาเขา…คนรักเพียงคนเดียวของเธอ

แต่พอพ้นประตูบ้านไป ก็เห็นสามีของเธอนอนอยู่ที่ริมรั้ว

เขาหลับไปทั้งๆที่ยังกอดตุ๊กตาเจ้าสาวอยู่

เธอจึงเข้าไปปลุกแล้วบอกว่า “ขอโทษนะจ๊ะ เพื่อนของฉันดูท่าทางเหงา

เพื่อนของเธอก็ทำหน้าเศร้าจังเลยฉันจึงอยากจะขอเจ้าสาวจากเธอมาให้เพื่อนฉัน

เพื่อให้ทั้งสองได้อยู่ด้วยกันตลอดไป”

เธอเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของเขาแล้ว และเธอก็กำลังยิ้มเช่นกัน

มันเป็นช่วงเวลาที่เขาและเธอช่างสุขใจเหลือเกิน

“ให้ไม่ได้หรอก ฉันมีเพียงแค่เธอคนนี้เท่านั้นเธออยู่ปลอบฉันทั้งคืนเลย

ถ้าให้เธอไปแล้วใครจะปลอบฉันล่ะ”

แล้วเธอก็หัวเราะ “โธ่ ให้ฉันไม่ได้เหรอ แล้วฉันจะคอยปลอบเธอเอง

เถอะนะ ฉันซื้อก็ได้ เท่าไหร่ฉันก็จะซื้อให้ได้”

“ถ้าความรักมันซื้อขายกันได้ง่ายๆก็ดีน่ะสิ” เขาตอบ

“ถึงยังไงฉันก็คงขายให้ไม่ได้หรอก เพื่อนฉันคนนี้มีค่าสำหรับฉันมาก

เพราะเธอนำพาคนที่ฉันรัก กลับมาหาฉันอีกครั้ง”

หญิงสาวตื้นตันใจจนน้ำตาไหลลงมา

“จะพอมั้ยถ้าฉันจะจ่ายแสนกอด ล้านจูบ และความรักที่ไม่มีวันหมดไป”

“กลับบ้านด้วยกันนะ…”

เวลาทะเลาะกัน ต่างฝ่ายต่างรู้สึกไม่พอใจซึ่งกันและกัน

ในช่วงเวลานั้นส่วนของโทสะจะมีมากกว่าความรัก

ยิ่งหากเธอโยนความรักทิ้งไป

มันก็จะเหลือเพียงความโกรธ ความไม่พอใจเท่านั้นเอง

และเพราะเธอโยนความรักทิ้งไป เธอจึงลืมไปว่า

ถึงแม้ตอนที่ทะเลาะกัน จะโกรธ เกลียด ด่าว่ายังไง

เวลานั้นเราก็ยังรักกันอยู่ ที่ทะเลาะก็เพราะรักไม่ใช่เหรอ

ทำไมไม่กอดความรักเอาไว้

เธอจะเข้าใจความหมายของการทะเลาะกัน

ทะเลาะกันก็เพราะว่ารักมาก แต่ไม่เข้าใจกัน

เพราะเธอโยนความรักทิ้งไปในตอนที่ทะเลาะกัน

เธอจึงกล้าจะบอกเลิกได้

เพราะความรักที่เธอเคยมีมากมาย

อยู่บนพื้น ไม่ได้อยู่ในใจของเธอ

และเธอจะเจ็บปวดที่สุด

เมื่อเก็บความรักบนพื้นกลับมาใส่ในใจเธออีกครั้ง…

ดีใจทุกครั้งที่ได้ทะเลาะกัน เพราะรู้ดีว่าคนที่กำลังด่าว่าฉันอยู่

เธอทำเพราะว่ารักฉัน รู้ดีว่าเมื่อปัญหาจบลง ความเข้าใจจะเพิ่มขึ้น

ความรักก็เหมือนกัน เคยสังเกตมั้ยว่าเราจะรักกันมากขึ้น

ถ้าได้ทะเลาะกัน

คนสองคน มาจากคนละทาง ความแตกต่างมันต้องมีอยู่แล้ว

ตอนนี้เราเหมือนเดินขนานกัน แต่ทุกครั้งที่ทะเลาะกัน

ช่องว่างระหว่างเราจะค่อยๆลดลงไป

ทำใจเอาไว้เถอะ เพราะเราจะต้องทะเลาะกันไปเรื่อยๆแบบนี้แหละ

จนกว่าจะถึงวันนั้น วันที่เรารวมกันเป็นหนึ่งเดียว…

 

จริงๆมันมาจากเมล์ แต่อ่านแล้วคิดว่าไม่ใช่แค่กับคนรักหรอก

กับเพื่อนก็ใช้ได้นะ

Aug
20

คุณเคยรู้สึกถึงความพร่ำเพรื่อของตัวเองบ้างไหม????
ทว่า…เราจะไม่มีทางรู้สึกถึงมันได้เลย หากการกระทำของอีกฝ่ายไม่บ่งบอก…

——————————————————–

เช้า สาย บ่าย เย็น เวลาหมุนไปพร้อมกับความรู้สึก

ความรักของคนเรา เท่าที่สังเกตมา…
นานวันเข้า…ผู้ชาย จะแสดงออกถึงความรักน้อยลง
แต่นั่น..มิได้หมายความว่า “ความรักลดลง”
เพียงแค่จุดยืนของคำว่ารักของเค้าอยู่ที่ “การกระทำ”
มากกว่าการแสดงออกทางคำพูด

แต่ในทางตรงกันข้าม…
ผู้หญิง จะแสดงออกถึงความรักที่เพิ่มขึ้น ถึงต้องการให้อีกฝ่ายแสดงออกถึงสิ่งนั้นเพิ่มขึ้น
“ตาม ตาม กัน”

นั่นคือที่มาของคำว่า “พร่ำเพรื่อ”

——————————————————
พร่ำเพรื่อ
เธอมักพูดเสมอ ว่าฉัน “พร่ำเพรื่อ” เกินไป
ใช่…บ่อยครั้ง ที่ฉันขอคำว่ารัก จากปากเธอ

แต่เธอรู้ไหมว่า คำว่ารัก…คำเดิม
โทนเสียง…เดิม เดิม
มาจากปากของเธอ…คนเดิม
มันทำให้ชีวิตฉัน “แช่มชื่น” ขึ้น
สดใส…มีชีวิตชีวา
พร้อมจะเผชิญหน้ากับปัญหาที่กำลังรออยู่
เสมือนว่า…จะมีคนอีกคนที่จะคอยพยุงฉัน หากฉันล้มลง

ทำแผลให้…ยามฉันเจ็บ…

ฉันไม่กลัวอีกแล้ว หากวันนี้ ฉันได้ยินคำนั้นจากปากเธอ…

และฉันก้อจะไม่เสียใจ หากเธอจะว่าฉัน “พร่ำเพรื่อ”

“จงว่าฉันตลอดไป…หากเธอว่าฉันทีไร…เธอจะมอบคำนั้นให้…ทุกที”

 

อันนี้เพือนส่งมาให้อ่าน แล้วมันพร่ำเพ้อเรื่องนี้อยู่นานมาก เลยเอามาแก้นิดๆหน่อยๆแล้วก็โพส

Aug
15

ปรัชญาเต๋าบอกว่า

“คนเราไม่เคยนึกถึงตีนเมื่อรองเท้าไม่กัด” 

คนเรามักมองไม่เห็นของดีที่ตนมีอยู่จนเมื่อสูญเสียมันไปแล้ว

ไม่เห็นคุณค่าของสองแขน จนกระทั่งมันอยู่ในเฝือก

ไม่เห็นคุณค่าของงาน (ที่เราว่าแย่ๆ) จนกระทั่งตกงาน

ไม่เห็นคุณค่าคนรัก (ที่เราว่าไม่เพอร์เฟ็กท์)
จนกระทั่งเธอหรือเขาไปแต่งงานกับคนอื่น

ไม่เห็นคุณค่าของพ่อแม่ (ที่เราว่าขี้บ่น) จนกระทั่งไปงานศพของท่าน

สิ่งที่คนจำนวนมากเลือกทำคือ บ่นว่าตนเองไม่มีความสุข ไม่ประสบความสำเร็จ

ไม่รวย ไม่ได้เป็นเจ้าของสิ่งนั้นสิ่งนี้ และเอ่ยประโยคยอดฮิตว่า
“มันไม่แฟร์เลย”

 

บางที ทุกครั้งที่เรารู้สึกว่าโลกไม่มีความยุติธรรม ก่อนที่เราจะบ่น

ลองมองตัวเราเองดูดีๆ เราจะพบว่า เรามีอะไรดีๆ หลายอย่างที่คนอื่นไม่มี

เราสามารถทำ “หนึ่งวันเดียวกัน” ของเราให้มีความหมายได้

ก็ต่อเมื่อเราเห็นคุณค่าของสิ่งที่เรามี และใช้วันนี้

วันแรกของวันที่เหลืออย่างคุ้มค่าที่สุด

เพราะวันแรกของชีวิตที่เหลือนี้ช่างสั้นเหลือเกิน

และเพราะเราไม่มีทางรู้ว่าเรามี “วันแรกของวันที่เหลือ” อยู่อีกสักกี่วัน

 

  เอามาจาก Fordward mail ล่ะเก่าแล้ว แต่มันดีควรแก่การอ่านอีกรอบ

Edit: จากเม้นของเพือนๆ ได้ความว่าเป็นของหนังสือ

“วันแรก ของวันที่เหลือ” ของ วินทร์ เลียววาริณ

Aug
02

วิชาแรก algolithm  ทำเอาหมดแรงไปเลย เหมือนจะไม่ยากมาก

แต่การที่ทำไปแล้วไม่รู้ว่าผิดถูกยังไงช่างโหดร้ายไม่ต่างกันกับเว้นกระดาษขาวไว้

ถึงแม้ว่าอย่างน้อยก็ยังเขียนแถไปได้เรื่อยๆจนหมดเวลา ดีกว่าวิชาบางอันที่เสร็จตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงแรกเพราะทำไรไม่ได้แล้ว

วิชาต่อมาคือ คอมพิวเตอร์อาคิเทค  อันนี้ดับอนาจ ข้อสอบเป็นการแข่งขันวันความเร็วในการแปลงโค๊ดเป็น stack

ด้วยสมองอันน้อยนิดของข้าเจ้า กว่าจะไล่ได้ทีนี่นเหนื่อยแทนขาดใจ ทำๆไป ลืมไปอีกว่า $sp มันชี้อยู่แห่งหนไหนแล้ว กลับไปไล่ใหม่อีก

เฮ้อ เศร้า แถมที่เลวร้ายคือยาวมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  ไล่ไปไล่มา ลืมไปอีกว่าไล่อยู่โค้ดบรรทัดไหน

ข้อสอบเป็นอังกฤษแบบที่การแปลโจทย์ให้ตรงนั้นเป็นไรที่ยากมากๆเพราะอ่านๆไปได้หลายแบบซะน่าตกใจ

เอาเถอะๆ ไงก็เป็นวิชาที่คิดว่าจะทำไม่ได้มากที่สุดอยู่แล้ว แอบดีใจนิดนึงตรงที่คราวนี้ไม่ลืมสูตรเหมือนหลายๆวิชาที่ผ่านมาในปีก่อนๆ

ทำไม่ได้เพราะนึกสูตรแบบนั้นมันทุเรทยิ่งกว่า 555

 

วิชาdata com อันนี้เหมือนทำได้ แต่พอออกมา กรรมเวรเอ๋ย ดันจำ NRZ-I สลับกะ NRZ-L

แล้วก็ AMI สลับกับ  pseudoternary จบสิ้นไปเลย การไม่นอนก่อนสอบเป็นเช่นนี้เอง

ส่วน บรรยายดันนึกไม่ออกขึ้นมาดื้อๆว่า dagital >> analog มันใช้อะไร หายไปอีก ส่วนคำนวนเหรอ

อ่านมาอย่างดิบดี กลับกลายเป็นวันพื้นฐานที่คณิตศาสตร์ไปซะงั้น แล้วข้าพเจ้าอ่านมา ท่องสูตรมาทำไมเนี่ย ไม่ออกเลย

สรุป คราวนี้ดวงไม่ดีอย่างแรง อ่านมาดันไม่ออก ออกดันจำไม่ได้ T_T

 

 

มาถึง LAW ใช้เวลาอ่านตอนบ่ายโมง (เริ่มสอบสี่โมง) เปิดมาหน้าแรกเป็นงงไปพักนึงเจอ magic square ถึงกับเป็นงง

มันเกี่ยวกับวิชานี้ตรงไหนกัน นั่งๆทำไป 4*4 แก้ไม่ได้เลยเลิกทำออกจากห้องไปเลย ส่วนที่เหลืออาศัยบุญเก่าในห้องเรียนเขียนๆแถไป

 

วันนี้ System วิชาดักความไม่รอบคอบ ไม่รู้พลาดตรงไหนไปบ้าง แต่ตอนแรกงงกับตารางหน้าแรกอยู่พักนึง ให้มาแปลกๆ

ที่เหลือทำๆไปอาศัยความทรงจำขณะเรียน ก็ไม่ยากมากแต่ไม่รู้ว่าทำผิดรึเปล่า เพราะวิชานี้ต้องรอบคอบมากๆ 

 วิชาสุดท้าย ความน่าจะเป็น อ่านไม่ทันไปบทนึง แต่จดสูตรไปได้ และแล้วความงี่เง่าก็บังเกิด จดสูตรผิดเข้าไป ทำให้ทำผิดไปเต็มหนึ่งข้อ

ปล.จะเขียนนิดๆหน่อยทุกวันจนกว่าจะสอบเสร็จเรียบร้อยเป็นบันทึกเล็กๆระหว่างสอบ

Jul
31

ไม่มีอะไรแค่อ่านหนังสือสอบอยู่แล้วชอบฟังเพลงนี้ เลยเอาเนื้อมาลงไว้   

For all those times you stood by me
For all the truth that you made me see
For all the joy you brought to my life
For all the wrong that you made right
For every dream you made come true
For all the love I found in you
I’ll be forever thankful baby
You’re the one who held me up
Never let me fall
You’re the one who saw me through through it all

You were my strength when I was weak
You were my voice when I couldn’t speak
You were my eyes when I couldn’t see
You saw the best there was in me
Lifted me up when I couldn’t reach
You gave me faith ‘coz you believed
I’m everything I am
Because you loved me

You gave me wings and made me fly
You touched my hand I could touch the sky
I lost my faith, you gave it back to me
You said no star was out of reach
You stood by me and I stood tall
I had your love I had it all
I’m grateful for each day you gave me
Maybe I don’t know that much
But I know this much is true
I was blessed because I was loved by you

You were my strength when I was weak
You were my voice when I couldn’t speak
You were my eyes when I couldn’t see
You saw the best there was in me
Lifted me up when I couldn’t reach
You gave me faith ‘coz you believed
I’m everything I am
Because you loved me

You were always there for me
The tender wind that carried me
A light in the dark shining your love into my life
You’ve been my inspiration
Through the lies you were the truth
My world is a better place because of you

You were my strength when I was weak
You were my voice when I couldn’t speak
You were my eyes when I couldn’t see
You saw the best there was in me
Lifted me up when I couldn’t reach
You gave me faith ‘coz you believed
I’m everything I am
Because you loved me

I’m everything I am
Because you loved me

ถ้าอยากลองฟังดูก็ http://www.4shared.com/file/92563822/c639119c/Celine_Dion_-_Because_You_Loved_Me.html

Jul
22

   ทดลอง up Blog ดู ยังไม่มีเรื่องจะเขียน กะว่าจะเลือกบทความดีๆ / ข้อคิดดีๆจากหนังสือที่อ่านมาสรุปให้อ่านกัน แต่ตอนนี้ยังไม่อ่านไรเพิ่มเลย ก็เลยไม่มีไรจะเขียน ใครมีไรยุยงให้เขียนเพิ่มเติมกรุณาบอกด้วย

ปล.จะสอบแล้วยังไม่รู้เรื่องที่จะสอบเลยเศร้า

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.